Advanced 14-bit A/S Conversion
| กล้อง EOS DSLR ของแคนนอน ใช้เทคโนโลยีสุดล้ำแบบ 14-bit converter เพื่อการทำงานของเซ็นเซอร์รับภาพที่ให้ผลลัพท์อันยอดเยี่ยม อาทิ การไล่ระดับโทนภาพที่กลมกลืน การไล่เฉดสีที่สวยเป็นธรรมชาติอย่างเหลือเชื่อ ตลอดจนความถูกต้องเที่ยงตรงของสีที่เหนือกว่า กล้อง EOS DSLR จะบันทึกไฟล์ภาพแบบ RAW ที่ค่า 14 bits และบันทึกภาพในสกุล TIFF ด้วยค่า 16 bits ซึ่งสามารถเก็บรายละเอียดโทนสีได้อย่างครบถ้วนสมจริงตามที่เซ็นเซอร์รับภาพได้ |
Auto Lighting Optimizer
| ฟังก์ชั่น Auto Lighting Optimizer จะทำการปรับค่าความสว่างและคอนทราสต์ของภาพโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ภาพที่ได้มีระดับแสงที่สมบูรณ์แบบและสมดุลที่สุด ภาพในส่วนที่มืดหรือสว่างเกินไปจะถูกแก้ไขอย่างง่ายดายโดยยังคงเก็บรายละเอียดครบถ้วนแม้ในส่วนที่เป็นเงามืดและส่วนที่มีแสงจ้า ฟังก์ชั่น Auto Lighting Optimizer สามารถเลือกตั้งค่าเป็นแบบอัตโนมัติหรือปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการเมื่อใช้งานในโหมดอื่นๆ โดยยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการหลังการถ่ายภาพในแบบ RAW ได้อีกด้วย | ![]() |
Chromatic Aberration Correction
| ความคลาดเคลื่อนสี หรือที่มักเรียกกันว่า “สีเหลื่อม” เป็นอาการที่พบได้ทั่วไปในการถ่ายภาพระบบดิจิตอล สาเหตุเกิด จากการที่สีไม่ได้ถูกโฟกัสผ่านเลนส์ในตำแหน่งที่ถูกต้องบนเซ็นเซอร์ ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยฟังก์ชั่นแก้ไขความคลาดเคลื่อน สีที่มีในกล้อง EOS DSLR เฉพาะรุ่น โดยกล้องรุ่นที่มีฟังก์ชั่นดังกล่าวจะถูกบันทึกข้อมูลการแก้ไขค่าความคลาดสำหรับ เลนส์หลากหลายรุ่น ช่วยให้นักถ่ายภาพไม่ต้องยุ่งยากกับการตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนเลนส์ | ![]() |
CMOS Sensor
|
นวัตกรรมเซ็นเซอร์ CMOS ซึ่งถูกพัฒนาโดยแคนนอน ทำให้ภาพถ่ายที่ได้มีความคมชัดอย่างเหลือเชื่อ และยังสิ้นเปลืองพลังงานน้อยลงจากการลดการดึงพลังงานจากแบตเตอรี่ที่ไม่จำเป็น ซึ่งทำให้กล้องใช้งานได้นานยิ่งขึ้น กล้องที่มีเซ็นเซอร์ CMOS จะมีความไวในการตอบสนองสูง อันเนื่องมาจากความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลที่เพิ่มขึ้นด้วยการใช้รูปแบบการส่งสัญญาณแบบหลายช่องทาง (multi-channel signal paths) เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ CMOS ของแคนนอน จะเพิ่มความเร็วในกระบวนการส่งผ่านข้อมูลสัญญาณภาพจากเซ็นเซอร์ไปยังระบบประมวลผลภาพซึ่งพิกเซลแต่ละจุดจะมีตัวขยายสัญญาณเฉพาะ แม้จะถ่ายด้วยค่า ISO สูงมาก ความละเอียดและคุณภาพของภาพก็ยังคงอยู่ครบถ้วนโดยมี noise ต่ำ low-pass filter จะทำหน้าที่ขจัดสีเพี้ยนซึ่งเซ็นเซอร์ CMOS ตรวจจับได้ โดยยังคงรายละเอียดที่ครบถ้วนในกระบวนการสร้างภาพ กล้อง EOS รุ่นต่างๆ จะมาพร้อม low-pass filters ที่แตกต่างกันไป สำหรับกล้อง EOS DSLR แบบฟูลเฟรม ไม่จำเป็นต้องใช้ focal length conversion factor ในการคำนวณสำหรับเลนส์เสริมต่างๆ เนื่องจากกล้อง EOS ชนิดฟูลเฟรมจะให้มุมรับภาพแบบเดียวกับกล้องฟิล์ม 35 mm คุณสมบัติเฉพาะตัวนี้ช่วยให้การควบคุมระดับความชัดตื้น-ลึกทำได้ดีกว่า การถ่ายภาพพอร์ทเทรตและโคลสอัพจึงออกมาสวยงามด้วยฉากหลังที่เบลอได้มากเป็นพิเศษ นอกจากนี้เซ็นเซอร์ CMOS แบบฟูลเฟรมยังมีพื้นที่รวมแสงใหญ่กว่าจึงช่วยลด noise ในภาพได้อย่างดีเยี่ยมแม้จะถ่ายด้วยค่า ISO ใดก็ตาม |
![]() |
DIGIC Imaging Processor
| จากกระบวนการจับภาพไปสู่ขั้นตอนการบันทึกภาพเป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุดได้ด้วยเทคโนโลยีการประมวลผลภาพสุดล้ำที่บรรจุอยู่ในชิปประมวลผลภาพ DIGIC โดยเมื่อทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ CMOS ระบบประมวลผล DIGIC จะใช้อัลกอริธึ่มประมวลสัญญาณแบบพิเศษและการบัฟเฟอร์ DDR-SDRAM ความเร็วสูง ทำให้กล้องมีความไวในการตอบสนองดีเยี่ยม ผลที่ได้คือประสบการณ์การถ่ายภาพแบบฉับพลันที่ยังให้คุณภาพของภาพสวยสมจริงอย่างที่ใครก็ไม่อาจปฏิเสธ ความเร็วที่มากเป็นพิเศษของระบบประมวลผลภาพ DIGIC ยังช่วยเอื้อต่อฟังก์ชั่นอื่นๆ ของกล้องอีกมากมาย เช่น ระบบโฟกัสแบบตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติ (Live Face Detection AF) การบันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบ HD, Auto Lighting Optimizer และการแก้ปัญหาขอบภาพดำ (Lens Peripheral Illumination Correction) |
![]() |
EOS Integrated Cleaning System
| ระบบการทำความสะอาดเฉพาะสำหรับกล้อง EOS ถูกออกแบบมาเพื่อให้การถ่ายภาพเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ในสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบันและเสี่ยงต่อการที่ฝุ่นจะเข้าไปในตัวเครื่อง โดยระบบนี้จะทำหน้าที่ลดการเกิดจุดหรือรอยดำบนภาพที่เกิดจากฝุ่นด้วยการกำจัดฝุ่นออกจากเซ็นเซอร์กล้องผ่านกลไกเฉพาะในตัวเครื่อง หรือผ่านซอฟท์แวร์ Digital Photo Professional (DPP) หากฝุ่นสามารถเล็ดลอดผ่านเข้าไปถึง low-pass filter ระบบจะสร้างแรงสั่นสะเทือนจากคลื่นความถี่สูง เพื่อเขย่าให้ฝุ่นหลุดออก ฟังก์ชั่นนี้จะทำงานอัตโนมัติทุกครั้งที่เปิดหรือปิดกล้อง โดยฝุ่นจะถูกจับไว้ที่บริเวณแผ่นบุที่มีความเหนียวซึ่งหุ้มอยู่โดยรอบฟิลเตอร์ เพื่อกันไม่ให้ตกลงไปยังฟิลเตอร์ได้อีก สำหรับการทำความสะอาดผ่านซอฟท์แวร์ เพียงแค่ถ่ายรูปบนพื้นผิวที่มีสีขาวล้วนเพื่อสร้างเป็นข้อมูลการกำจัดฝุ่น (Dust Delete Data) ข้อมูลนี้จะทำหน้าทีเป็นเหมือนแผนที่สำหรับเซ็นเซอร์ในการกำหนดตำแหน่งของฝุ่น ซึ่งจะถูกนำไปใช้สำหรับแก้ปัญหาภาพทุกภาพที่เปิดผ่านซอฟท์แวร์ Digital Photo Professional (DPP) เวอร์ชั่น 3.2 เป็นต้นไป เพื่อลด เอฟเฟคท์จุดหรือรอยเลอะที่เกิดจากฝุ่นโดยอัตโนมัติ |
![]() |
Highlight Tone Priority
| ฟังก์ชั่น Highlight Tone Priority จะช่วยแก้ปัญหารายละเอียดภาพหายไปในส่วนที่สว่างมากกว่าปกติ โดยจะทำการขยายการไล่ระดับแสงในบริเวณที่สว่าง ทำให้เห็นรายละเอียดของภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นพร้อมสีสันที่สดอิ่มและสมจริงกว่าเดิม | ![]() |
Lens Peripheral Illumination Correction
| ฟังก์ชั่นแก้ไขภาพนี้จะเพิ่มความสว่างบริเวณขอบภาพที่มืดหรือดำ เพื่อให้ภาพมีคุณภาพดีขึ้น โดยกล้องจะตรวจหาค่า Lens Peripheral Illumination Correction ซึ่งเป็นค่าเฉพาะในเลนส์แต่ละชนิดโดยอัตโนมัติและทำการบันทึกข้อมูลในรูปแบบไฟล์ภาพ JPEG ซึ่งคุณสามารถโหลดค่าความสว่างและข้อมูลการแก้ไขลงมายังซอฟท์แวร์ EOS Utility ของกล้องแคนนอนได้ด้วยตัวเอง โดยข้อมูลเหล่านี้ยังมีพร้อมให้แล้วในซอฟท์แวร์ Digital Photo Professional (DPP) สำหรับกระบวนการ post processing ของการถ่ายภาพแบบ RAW | ![]() |































































